Summer with Isola Bella

cover.png
 

ตอนที่ไปไม่ได้ตั้งใจจะไปเพื่อเอามาแชร์ เลยอาจจะมีอะไรตกหล่นไปบ้าง

แต่ที่เขียนนี้เขียนจากความคิดถึง.

ตอนที่อยู่อิตาลีได้ไปเที่ยวเมืองนู้นเมืองนี้สวยๆมากมาย แต่ในทั้งหมดที่ไปมาตั้งแต่ขอบถึงส้นรองเท้าบู๊ทในช่วงหนึ่งปีนั้น นอกจาก Venice ที่รักจนต้องไปแล้วไปเล่าถึง 3-4 รอบแล้วก็มีแค่ Isola Bella เท่านั้นที่ทำให้ใจสั่นจนต้องกลับไปอีก

สถาปัตยกรรมที่เกินเรื่องไปมาก ตั้งแต่ตราประจำตระกูลที่เป็นยูนิคอร์นกับอูฐ ผนังสีฟ้าชมพูพาสเทล ห้องใต้ดินที่ตกแต่งด้วยปะการังตั้งแต่เพดานจรดพื้น จนถึงสวนที่มีแกลเลอรี่รูปปั้นคนขี่ยูนิคอร์นเหนืออัฐจรรย์ความสูงราวๆสามชั้น แถมยังเลี้ยงนกยูงเผือกอีกหลายตัว!!

 

Isola Bella,Lago Maggiore 1857 Oil on canvas 95.2 x 130.8cm(37 1/2 x 51 1/2in) Private collection 

Isola Bella,Lago Maggiore 1857 Oil on canvas 95.2 x 130.8cm(37 1/2 x 51 1/2in) Private collection 

 

Isola แปลว่า เกาะ. Bella แปลว่า สวย.

ตรงตัวเลยก็คือ เกาะที่สวยงาม

ซึ่งชื่อนั้นไม่ได้เกินจริงเลยซักนิด

Isola Bella เป็นหนึ่งในสามของหมู่เกาะ Borromean Islands ที่เป็นของขุนนางตระกูลโบโรเมโอ ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลสาบมาจจอร์เร่ (Lago Maggiore) นอกจาก Isola Bella แล้วก็จะมีอีกสองเกาะหลัก ซึ่งก็คือ Isola dei Pescatori และ Isola Madre

แต่พี่ๆทั้งสองแม้จะมีเสน่ห์แค่ไหนก็สู้เบลล่าไม่ได้เลยซักนิดเดียว

 

 
domo02.jpg
 

เดินทางมาเยี่ยม Isola Bella ไม่ได้ยากเย็นนัก เรานั่งรถไฟจาก Milano Centrale อันสุดแสนจะพลุ่กพล่านไปลงที่ Stresa อ่อ เวลาขึ้นรถไฟให้ฟังเสียงประกาศดีๆ ครั้งแรกที่มาเรานั่งเลยไปโผล่ Domodossola ที่เป็นสถานีปลายทางชายแดนอิตาเลียนสวิส เกือบเข้าประเทศผิดกฏหมายซะแล้ว 555

 
domo01.jpg
 

พอเราไปถึง Stresa เป็นสถานีขนาดเล็กมากๆ มีห้องพักที่ดูเหมือนบ้านเก่าๆตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมด้วยทุ่งรกร้างเหมือนมาโผล่ในอนิเมชั่นของจิบลิซักเรื่อง พอออกจากสถานีเดินไปทางขวาก็จะเจอทางเดินลงเขา เมื่อลงไปจนสุดจะพบทะเลสาปที่ใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีครอบครัวและแก็งค์เพื่อนๆเอนจอยน้ำเย็นเจี๊ยบกลสงแดดร้อนๆ เราแอบเอาเท้าจุ่มน้ำ เหมือนเพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็นไม่มีผิด

มองไปสุดท้ายจะเจอเกาะใหญ่ๆอยู่ เบลล่าอยู่ตรงนั้น...

 
outside001.jpg
outside05.jpg
outside08.jpg
outside07.jpg
 

เรานั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Stresa เพื่อข้ามไปเกาะ เมื่อไปถึงจะเจอร้านอาหารเล็กๆน่ารักและทางคดเคี้ยวมากมาย เราจ่ายค่าเข้าชมปาลาซโซ่และการ์เด้นเป็นแพ็คเกจ 

Isola Bella ก็เหมือนสถานที่สวยงามตามสูตรอิตาเลียนส่วนมากที่จะไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี แต่จะเปิดแค่ช่วงมีนาคม ถึง ตุลาคม เท่านั้น  ส่วนฤดูหนาวก็ให้เธอพักผ่อนเถอะ เบลล่าอาจจะต้องการ beauty sleep ก็เป็นได้

borromeo crest.jpg

 

Isola Bella เป็นเกาะที่ที่ขุนนางคาร์โลที่สามแห่งตระกูลโบโรเมโอสร้างไว้ให้กับภรรยาอิซาเบลล่า แต่ความวิจิตร (และเกินเรื่องไปมาก) ของตัวปาลาซโซ่นั้นใช้เวลาถึง 400 ปีกว่าจะค่อยๆต่อเติมตกแต่งจนกลายเป็นวังหน้าร้อนที่เพ้อที่สุดในโลกที่นี่

ตราประจำตระกูลโบโรเมโอมีความเว่อร์วังมาก และ sretsis มากๆ เพราะสัญลักษณ์ประจำตระกูลคือ ยูนิคอร์น และ อูฐนั่งแท่นตะกร้าประดับด้วยมงกุฏและขนนกกระจอกเทศ

ตระกูลโบโรเมโอใช้ยูนิคอร์นเป็นสัญลักษณ์มาตั้งแต่ปี 1445 เพื่อแสดงถึงเกียรติยศ ศีลธรรม และความมุ่งมั่น สัญลักษณ์อูฐในลักษณะนั้นแทนถึงความอดทนและจงรักภักดี และวงแหวนทั้งสามที่เกี่ยวพันกันแบบแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามตระกูลใหญ่ในแถบนั้น ซึ่งก็คือโบโรเมโอ สฟอร์ซ่า และวิสคอนติ อักษรละตินด้านบนเขียนว่า humilitas ซึ่งเป็นหนึ่งใหลักความประพฤติของคาร์ดินัลซาน คาร์โล โบโรเมโอ หมายถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนของมนุษย์เมื่อเข้าพบพระเจ้า

(เรื่องสนุกๆแซ่บๆของประวัติศาสตร์ขุนนางอิตาเลียนมีอีกเยอะแยะเลย ไว้เรามาเจอกันใหม่คราวหลังนะ)

ในหน้าเว็บมีพูดเอาไว้ว่า “ปาลาซโซ่ของที่นี่เป็นเหมือนหีบสมบัติสไตล์บาโรคที่ลอยอยู่กลางน้ำ” สิ่งที่เกินจริงที่สุดไม่ใช่ประโยคนี้ แต่เป็นตัวปาลาซโซ่บ้าบอนี่แหละ นอกจากห้องแสดงภาพเขียนและศิลปะของตระกูลที่นับได้หลายร้อยชิ้น คุมโทนคุมตีมในแต่ละห้องอย่างสวยงาม การตกแต่งภายในก็เลือกใช้สีพาสเทลสบายตา เปิดกระจกรับแสงแดด ได้กลิ่นทะเลสาปและเสียงของคลื่น เหมือนโลกแห่งความฝัน

 
interior01.jpg
interior04.jpg
interior02.jpg
interior03.jpg
 

ทีเด็ดอีกที่คือ grotto หรือชั้นล่างสุดที่ตกแต่งด้วยหินปะการังสีขาวดำเป็นแพทเทิร์นตั้งแต่พื้นถึงเพดาน ที่นี่แสดงคอลเล็คชั่นอื่นๆของตระกูลเอาไว้อีกด้วย โดยเราติดใจรูปปั้นแม่สาวนอนพริ้มก้นกลมนี้มาก เปรียบเทียบกับชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซอื่นๆในอิตาลีแล้วคงไม่ใช่รูปปั้นที่ละเอียดปราณีตเท่าไหร่ แต่ก็มีความน่ารักและผ่อนคลายที่ทำให้ปาลาซโซ่นี้มีสเน่ห์ยิ่งขึ้น

 
grotto03.jpg
grotto01.jpg
grotto02.jpg
 

กลับขึ้นไปที่ตัวสวน ซึ่งมันแฟรี่เทลมาก เราจะเจอทางเดินขึ้นที่ตกแต่งด้วยรูปปั้นมากมายและต้นไม้อายุร่วมร้อยปี พอเดินขึ้นบันไดไปสุด ภาพของ amphiteater ที่ชื่อ Teatro Massimo ก็อยู่ตรงนั้น ยิ่งไปกว่านั้น นกยูงเผือกหนึ่งตัวกำลังรำแพนหางอยู่อีกด้วย

เราหมดคำพูดไปเลย ในหัวได้แต่คิดว่า “บ้า!!”

คนบ้าที่ไหนถึงคิดสร้าง scene แบบนี้ในที่อยู่อาศัย บ้า บ้า บ้า บ้าบอที่สุด!!

 
garden03.jpg
garden04.jpg
garden01.jpg
 

สำหรับคนที่แวะมาเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวเยอะมากอยู่ตลอด มีร้านคาเฟ่เล็กๆริมสวนให้เรานั่งจิบกาแฟหรือโปรเซคโกเย็นๆให้ชื่นใจ อยู่ติดกับกิฟต์ช็อปขายของที่ระลึกเป็นรูปยูนิคอร์นเอยหรือปราสาท พื้นที่อื่นๆนอกเกาะเองก็มีร้านอาหารและร้านค้าน่ารักๆประปราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไปสนุกและคุ้มคาเหลือเกิน

ทุกวันนี้กลับมาเราก็ยังคิดอยู่ว่า Isola Bella นั้นสวยน่ารักและบ้าคลั่งที่สุด วังเว่อร์ๆที่ไปมาไม่ว่าจะแวร์ซายหรือแกลเลอรี่ไหนๆ ถึงจะวิจิตรด้วยดีเทลแต่ก็เต็มไปด้วยโพลิติก ตกแต่งเพื่อเป็นการแสดงอำนาจ ไม่มีที่ไหนที่มีเอกลักษณ์ที่แฟนตาซีเพ้อเจ้อเท่าที่นี่อีกแล้ว

 
wear01.jpg

My Look

Dress: Zara

Slippers: H&M

Shades: Ray Ban

Bag: Mood Indigo Vintage

 

ใส่ชุดสบายๆรับซัมเมอร์ อากาศร้อนมากๆ เท้าเราโดนแดดเผาจนเป็นรอยไม่หายอยู่หลายวันเลย เราไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป ทุกวันนี้ก็ยังถามตัวเองว่าทำไม...

ไปหาเบลล่าแค่ครึ่งวันก็เสร็จ พอมีเวลาออกมารอเรือ กิน granita รสมะนาว ซื้อถุงผ้าที่ระลึก ข้ามกลับไปจุ่มเท้าในทะเลสาปอีกซักรอบ แล้วหาอะไรดีๆทาน กลับถึงมิลานทันไปดื่ม aperetivo สบายๆ

 ก่อนกลับเราตั้งใจมากว่าจะต้องมาอีก ตอนพ่อแม่มารับก็เลยได้เข้าไปอีกรอบ ไม่ว่าจะตอนไหนเบลล่าก็สวยและมีผู้คนพลุ่กพล่าน อาจจะมีหลายคนไม่อยากเที่ยวแบบ touristy แต่เราคิดว่าไม่ควรจมองข้ามเบลล่าแค่เพราะเธอมีคนตามจีบเยอะนะ เพราะเธอสวยจริงๆ

 
outside002.jpg
outside03.jpg
outside02.jpg
outside06.jpg
all images are taken by parisa bunnag (iphone6s)
WriteParisa Bunnag